คลินิกโรคชะลอไตเสื่อม รพ.สูงเนิน

โรคไตเรื้อรัง เป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบมากในผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูง​ เป็นภาวะที่ไตทั้ง 2 ข้างถูกทำลายจนทำงานไม่ได้  หรือทำได้น้อยกว่าปกติ  ทำให้น้ำและของเสียไม่ถูกขับออกมา จึงเกิดการคั่งจนเป็นพิษต่อร่างกาย นอกจากนี้ยังทำให้เกิดผลกระทบต่อสมดุลของเกรือแร่ และความเป็นกรด-ด่างในเลือด รวมทั้งเกิดภาวะพร่องฮอร์โมนบางชนิดที่ไตสร้าง การเปลี่ยนแปลงทั้งหมดนี้นำไปสู่ความผิดปกติของอวัยวะทุกส่วนของร่างกาย ทำให้ผู้ป่วยต้องฟอกเลือด หรือล้างไตทางหน้าท้อง และต้องปฏิบัติตัวให้ถูกต้องตามหลักการดูแล 

วัตถุประสงค์

1. เพื่อให้ผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่มีภาวะเสี่ยงสูง (เบาหวาน, ความดันโลหิตสูง) มีความรู้ความเข้าใจและปฏิบัติตัวที่เหมาะสม เพื่อป้องกันภาวะไตเสื่อมเรื้อรัง

2. เพื่อลดอุบัติการณ์การเกิดภาวะไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย

การรักษาผู้ป่วยไตวายระยะสุดท้าย

การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม (Hemodialysis) คือการนำเลือดออกจากตัวผู้ป่วย โดยการผ่านเส้นเลือดที่เตรียมไว้ ไปยังตัวกรองของเครื่องไตเทียม ที่ทำหน้าที่กรองน้ำและของเสียออกจากตัวผู้ป่วย แล้วนำเลือดคืนกลับเข้าตัวผู้ป่วย ใช้เวลา 4-5 ชม./ครั้ง ต้องทำที่รพ. 2-3 ครั้ง/สัปดาห์

การล้างไตทางหน้าท้อง (CAPD) คือการใส่น้ำยาล้างไตเข้าไปทางช่องท้อง เพื่อนำของเสียและน้ำส่วนเกินที่ค้างในร่างกายออกมาทางสายที่ผ่านทางช่องท้อง สามารถทำเองที่บ้านด้วยตัวเอง หรือผู้ดูแลใส่น้ำยาเข้าออกช่องท้องทุกวัน วันละ 4 ครั้ง (เช้า กลางวัน เย็น ก่อนนอน)

การผ่าตัดปลูกถ่ายไต (Kidney Transplantation) คือการผ่าตัดปลูกถ่ายไตใหม่ เพื่อทดแทนการทำงานของไตเดิมที่เสีย โดยนำไตจากผู้บริจาคอาจเป็นญาติ หรือผู้ที่มีภาวะสมองตาย/เสียชีวิต มาใส่ให้ผู้ป่วย หลังผ่าตัดต้องรับประทานยากดภูมิตลอดชีวิต เพื่อไม่ให้เกิดปฏิกริยาต้านไตใหม่ ผู้ป่วยสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติ

การรักษาชนิดประคับประคองแบบองค์รวม คือการดูแลรักษาผู้ป่วยที่ปฏิเสธรับการบำบัดทดแทนไต โดยดูแลทั้งร่างกายและจิตใจ มุ่งเน้นการรักษาเพื่อบรรเทาอาการรบกวน ที่เกิดจากโรคที่เป็นอยู่

ยาที่ต้องหลีกเลี่ยงในผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง

1. ยาแก้ปวดแก้อักเสบในกลุ่มเอ็นเสด (NSAIDs) ส่งผลลดเลือดไปเลี้ยงไต ทำให้ไตเสื่อมเร็วขึ้น เช่น Ibuprofen, Doclofenac, Pyroxicam, Mefenamic acid

2. ยาชุด มักพบว่าเป็นกลุ่ม Steroid ทำให้ไต้เสื่อมเร็ว มีอาการบวมน้ำ กระดูกพรุน กระเพาอาหารทะลุ (ยาชุดอาจมีตัวยาซ้ำซ้อน ทำให้ได้รับยาเกินขนาดได้)

3. ยาลูกกลอน ประกอบด้วยยาสมุนไพรหลายชนิดมาบดผสม และใช้น้ำหรือน้ำผึ้งเป็นตัวปประสานปั้นเป็นก้อนกลมๆ บางครั้งอาจผสม Steroid

4. ยาสมุนไพร ควรหลีกเลี่ยงการใช้นาสมุนไพรทุกชนิด เพราะอาจขาดการตรวจสอบ ทำให้เกิดสารพิษและสิ่งเจือปน อาจทำให้ไตทำงานลดลง เช่นน้ำลูกยอ ทำให้โฟแตสเซียมสูงในเลือด, มะเฟือง มีออกซาเลทสูง เกินนิ่ว และภาวะไตวายได้, ไคร้เครือ อาจทำให้ไตวาย เป็นมะเร็งทางเดินปัสสาวะได้

5. ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ผลิตภัณฑ์บางอย่างมีปริมาณมากเกินไป ไม่เหมาะกับผู้ป่วยไตวาย มีเกรือแร่สูง โฟแตสเซียมสูงในเลือด ทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ, โปรตีนสูง ทำงห้ไตทำงานลดลง

6. ยาล้างไต ส่วนใหญ่เป็นยาขับปััสาวะ และลดการอักเสบ การเติมสีเข้าไป เมื่อปัสสาวะเป็นสีน้ำเงิน อาจเข้าใจว่าช่วยขับของเสียออกจากไตและทางเดินปัสสาวะ (ไม่มียาชนิดไดในโลก ที่สามารถล้างไตได้)

ภาพกิจกรรมในคลินิก

ตอนที่ IV ผลการดำเนินการ

นำเสนอข้อมูลตัวชี้วัดสำคัญในตาราง อธิบายการเปลี่ยนแปลงของผลลัพธ์ (จากความพยายามในการพัฒนาหรือจากสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป) โดยอาจใช้ run chart หรือ control chart ที่มีคำอธิบายประกอบ (annotation) ตามข้อมูลปฏิบัติงานให้ได้มากที่สุด