คลินิกหอบหืด/หลอดลมอุดกั้น (Asthma &​ COPD Clinic) รพ.สูงเนิน

วันเปิดให้บริการ : ทุกบ่ายวันอังคาร เวลา : 12.00 – 16.00 น.

ผู้ป่วยนัดให้ยื่นใบนัดที่แผนกโรคไม่ติดต่อ (NCD) เวลา 12.00 น. เพื่อซักประวัติ, ส่งตรวจพิเศษเช่น เอ็กซเรย์ (CXR), ตรจวสมรรถภาพปอด (Lung function test), พบโภชนากรถ้า BMI<2, พบกายภาพบำบัดถ้ามีประวัติ Admit-มาพ่นยาที่ ER และเข้าพบแพทย์เวลา 13.30 น.

กรณีนัดตรวจเลือดให้ยื่นบัตรที่แผนกผู้ป่วยนอก (OPD) เพื่อเจาะเลือดเวลา 07.00 น. และรอเข้าระบบนัดปกติเวลา 12.00 น.

โรคหลอดลมอุดกั้นเรื้อรัง​ (COPD) เกิดจากมีการระคายของหลอดลมเป็นเวลานาน ทำให้ผนังหลอดลมหนาและตีบ ลมออกไม่สะดวก ทำให้ถุงลมโป่งพองออก ตัวระคายที่สำคัญ คือ บุหรี่ ฝุ่น ควัน สิ่งอื่นๆ มีบทบาทน้อย คนสูบบุหรี่ 20-30 มวน/วัน นาน 20-30 ปี นอกจากมีโอกาสเป็นมะเร็งปอดแล้ว ยังมีโอกาสเกิดโรคถุงลมโป่งพองได้มากอีกด้วย โรคนี้ค่อยเป็นค่อยไปแต่ไม่หายขาด มีอาการไอ มีเสมหะ เป็นปีๆ อาการหอบเหนื่อยมักจะมีเสมอ อาจจะหอบมีเสียงอื้ดๆ คล้ายหืดหรือไม่มีเสียงก็ได้ เริ่มแรกหอบเวลาทำงานหนักหรือออกกำลังกายหนักๆเข้า เวลาจะอาบน้ำหรือ กินข้าวก็หอบจนตัวโยน บางคนผอมเพราะหอบมาก บางคนอ้วนเพราะบวม อาจเพราะมีหัวใจวายร่วมด้วย

โรคหอบหืด (Asthma) เป็นโรคที่มีการอักเสบเรื้อรังของเยื่อบุหลอดลม ร่วมกับภาวะผิดปกติของหลอดลมที่ไวต่อสิ่งกระตุ้นต่างๆ มากกว่าปกติ เมื่อผู้ป่วยสัมผัสกับสิ่งกระตุ้น กล้ามเนื้อบริเวณหลอดลมจะเกิดการหดเกร็ง ผนังหลอดลมบวมหนาขึ้นและสร้างสารคัดหลั่งหรือเสมหะมากขึ้น ทำให้หลอดลมตีบแคบลง ผู้ป่วยจึงหายใจลำบาก มีอาการเหนื่อยหอบ

การปฏิบัติตัวเมื่อเป็นโรคนี้

1. งดสูบบุหรี่ และหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น​(ฝุ่น, ควัน)​ ช่วยลดอาการไอ, หอบได้

2. การใช้ยา

2.1 ยาขยายหลอดลม ผลที่ได้อาจจะไม่ชะงัดเท่าพวกที่เป็นโรคหอบหืด แต่ก็จะช่วยทุเลาอาการเป็นบางส่วน มีทั้งยากิน ยาฉีด และยาพ่น ยากลุ่มนี้คล้ายๆ กับที่ใช้รักษาโรคหืด ได้แก่

ยารับประทาน เช่น Aminophylline, Theophylline ยาพวกนี้อาจทำให้มวนท้อง​ คลื่นไส้ อาเจียน​ ใจสั่นได้ เมื่อมีอาการเช่นนี้ ลองลดขนาดยาดู ยาอื่นก็มี Ventolin, Bricarnyl ส่วนใหญ่จะใช้เมื่อยากลุ่มแรกแล้วไม่สามารถระงับอาการหอบได้ เมื่อมีอาการใจสั่นมือสั่น ยาดังกล่าว ถ้าใช้แล้วทำให้อาการหอบดีขึ้นก็ควรกินเป็นประจำทุกวัน แต่ถ้ากินแล้วไม่ช่วยให้หายหอบ ก็ไม่ต้องใช้

ยาพ่นสูดเข้าทางจมูก เช่น Ventolin MDI (1 กล่อง ใช้ได้ 200 ครั้ง), Bricarnyl (1 กล่อง ใช้ได้ 400 ครั้ง), Seretide MDI 25/125, Berodual MDI, Fluticasone MDI 125 mcg, Seretide Accuhaler 50/250

ยาฉีด ใช้เมื่อมีอาการหอบรุนแรง Aminophylline​ หยดเข้าหลอดเลือด แพทย์อาจจะพิจารณาให้สเตียรอยด์เข้าหลอดเลือดด้วย

วิธีพ่นยาแบบ​ ​Inhaler​ ในเด็ก​ https://youtu.be/T1hJYZx5_WY
ในผู้ใหญ่​ https://youtu.be/6jxrupDmhKY

2.2 ยากระตุ้นเสมหะ เช่น Mist. Ammon carb​ อาจช่วยให้เสมหะออกง่ายขึ้น

2.3 ยาปฏิชีวนะ หรือยาฆ่าเชื้อ เช่น Ampicillin, Bactrim, Tetracycline ใช้เมื่อเวลามีไข้ ไอ มีเสมหะมากกว่าเดิม โดยเฉพาะที่มีสีออกเขียว

2.4 ยาที่ต้องระวัง คือ การใช้ยากล่อมประสาท เช่น Diazepam ยาระงับประสาท เช่น Babiturate ยานอนหลับทั้งหลาย โดยเฉพาะในคนที่หอบมากๆ และนานๆ เพราะจะทำให้หลับมากหรือซึมมากกว่าคนปกติได้

3. การปฏิบัติตัวอื่นๆ

3.1​​กินอาหารเพื่อให้ได้พลังงานที่เพียงพอ การกินอาหารครั้งละน้อยๆ บ่อยๆ จะช่วยลดอาการแน่นอึดอัด ควรดื่มน้ำมากๆ เพื่อไม่ไห้เสมหะแห้งจนเกินไป

3.2 พยายามรักษาตัวเพื่อไม่ให้เป็นไข้หวัด หลีกเลี่ยงการเข้าไปในที่ๆ มีฝุ่น ควัน และที่ชุมชนมากๆ

3.3 การออกกำลังกาย โดยการเดิน จะดีกว่าออกแรงอยู่กับที่​ ​ควรทำทุกวันแล้วค่อยๆ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จะทำให้ประสิทธิภาพของการออกกำลังดีขึ้น ข้อสำคัญ อย่าหักโหมทำจนหอบมาก

3.4 ฝึกการหายใจ โดยฝึกกล้ามเนื้อหน้าท้องและกระบังลมให้ถูกต้อง วิธีทำคือ ยืนหรือในท่าที่สบาย วางมือบนหน้าท้อง หายใจเข้าลึกๆหน้าท้องพองขึ้น สังเกตมือที่วางบนหน้าท้องจะถูกยกขึ้น​ ​หายใจออกโดยแขม่วกล้ามเนื้อท้อง ลงช้าๆ ระยะเวลาที่ใช้ หายใจออกนานกว่าหายใจเข้า จนรู้สึกไม่มีลมออกทางจมูกอีก จึงเริ่มหายใจเข้าใหม่ สังเกตขณะหายใจออก มือที่วางจะเคลื่อนลงตามกล้ามเนื้อหน้าท้อง &​ ฝึกหายใจโดยการทำปากจู๋ (perslip)​ เพื่อทำให้ลมหายใจออกได้ช้าลง ซึ่งจะเป็นการช่วยลดการตีบตัวของหลอดลมได้ วิธีการคือสูดหายใจเข้าทางจมูก หายใจออกทางปาก โดยจีบปากให้จู๋เข้ามา แล้วผ่อนลมออกช้าๆ

3.5 ในช่วงเวลาที่ไม่สบายเป็นหวัด เป็นไข้ ไม่ควรออกกำลังมาก เมื่อได้พยายามปฏิบัติตัวดังกล่าวและได้ลองใช้ยาตามที่แนะนำแล้ว ภายในสองสามวัน ถ้าอาการหอบยังมีมาก ควรจะต้องไปพบแพทย์ที่ดูแลอยู่เป็นประจำว่ามีโรคแทรกซ้อนอื่น เช่น ปอดอักเสบหรือถุงลมแตกเข้าช่องเยื่อหุ้มปอดหรือไม่

ภาพกิจกรรม